การที่เพลงหนึ่งเพลงถูกใช้ซ้ำถึงสองครั้งในซีรีส์เรื่องเดียวกัน มักไม่ใช่เรื่องพลาดในการเลือกเพลง แต่เป็นเบาะแสที่ผู้เขียนบทตั้งใจซ่อนไว้ ในตอนที่ 2 และตอนที่ 3 ของ "Furious" ต่างใช้เพลง "We Found Love" ของ Rihanna ร่วมกับ Calvin Harris ห่างกันเพียงตอนเดียว ซึ่งการซ้ำแบบนี้ไม่ใช่เรื่องปกติที่จะเห็นในลิสต์เพลงประกอบ ทำให้ชวนสงสัยว่านี่อาจเป็นการออกแบบเพื่อสะท้อนเส้นเรื่องชะตากรรมสองสายที่กำลังพันกันแน่นขึ้นในเรื่องหรือไม่
"Furious" สร้างโดย Elizabeth Meriwether ผู้เขียนบทจาก "The Dropout" ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ปี 1987 เรื่อง "Black Widow" ที่ Debra Winger และ Theresa Russell รับบทเรื่องราวการไล่ล่าในตอนนั้น มาสู่ยุคนี้ที่ Emmy Rossum รับบทเป็นเจ้าหน้าที่ FBI Alice Black ผู้ไล่ตามฆาตกรต่อเนื่อง Catherine ที่รับบทโดย Lola Petticrew ทั้งสองต่างเดินอยู่บนเส้นทางแห่งความยุติธรรมของตนเองที่ค่อยๆ ใกล้ชิดกันมากขึ้น นักแสดงในทีมยังรวมถึง Quincy Tyler Bernstine, Scoot McNairy, Jake Lacy, Rob Yang และ Rob Delaney โดยสามตอนแรกได้เผยแพร่แล้วทาง Hulu และ Disney+ ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2026 ส่วนอีกห้าตอนที่เหลือจะปล่อยให้ดูทุกสัปดาห์
เพลงประกอบดูแลโดย Ariel Marx ผู้ที่เคยทำเพลงประกอบให้กับ "Shiva Baby", "The Last Frontier", "Black Mirror" และ "Dying For Sex" มาก่อน เธอมีความชำนาญในการแทรกอารมณ์ขันแบบมืดหม่นเข้าไปในบรรยากาศระทึกขวัญ ครั้งนี้ที่เธอมารับหน้าที่ทำเพลงให้กับซีรีส์แนวล่าฆาตกร ก็ถือเป็นการต่อยอดสไตล์เฉพาะตัวของเธอเช่นเดิม
ลิสต์เพลงประกอบสามตอน จาก Eartha Kitt สู่ Kodak Black
นอกจากเพลงประกอบต้นฉบับแล้ว เพลงประกอบในซีรีส์ยังครอบคลุมยุคและแนวเพลงที่หลากหลายอย่างมาก ตั้งแต่ "Blue Disco" ของ Arlo Parks ที่เปิดเรื่อง, "Au Pays Du Cocaine" ของ Geese ที่มีกลิ่นอายไซคีเดลิกแบบฝรั่งเศส, "Wonderful Illusion" ของ Eartha Kitt ที่ปรากฏถึงสองครั้งในตอนแรก ไปจนถึง "No Flocki" ของ Kodak Black ที่ปิดท้ายตอนที่ 3 ความแตกต่างที่ตัดกันชัดเจนแบบนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย






