ก่อนออกอากาศ "Karma 2" ผู้กำกับได้เปิดเผยเรื่องหลังฉากไว้ก่อนแล้วว่า ตัวละครที่ยูซึงโฮรับบทนั้นตั้งใจให้เป็น "ไพ่ลับที่ซ่อนไว้" เพื่อเผยตัวในช่วงท้ายเรื่องเพื่อสร้างความลุ้นระทึก แต่เพราะใบหน้าที่หล่อเกินไป ผู้กำกับจึงอดใจไม่ไหวและอัดฉากให้เห็นหน้าถี่ยิบตั้งแต่ต้นเรื่อง "ตอนแรกตั้งใจจะเก็บไว้นิดหน่อยให้มีค่า แต่เพราะใบหน้าอันหล่อเหลาของยูซึงโฮมันซ่อนไม่อยู่จริงๆ เลยรู้สึกว่าไม่ควรหวงมากเกินไป" คำพูดนี้ของผู้กำกับในแง่หนึ่งก็เหมือนเป็นการบอกใบ้จังหวะของซีซั่นนี้ทั้งซีซั่น — นี่ไม่ใช่ซีรีส์ที่ซ่อนไพ่เด็ดไว้เล่นเกม แต่เป็นซีรีส์ที่เปิดไพ่ทุกใบให้อวดกันไปเลย
ตัวละครอันโบฮยอนที่รับบทโดย อันโบฮยอน ในซีซั่นแรกยังเป็นแค่ทายาทรุ่นที่สามของตระกูลนายทุนที่อาศัยเส้นสายแทรกตัวเข้าไปในที่เกิดเหตุ แต่ในซีซั่นนี้เขาสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนตำรวจอย่างเป็นทางการและกลับมาพร้อมสถานะนักสืบตัวจริง คู่หูคนใหม่คือ จูฮเยรา รับบทโดย ชองอึนแช อดีตหัวหน้าหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายของสำนักงานตำรวจ และยังเป็น "ครูฝึกนรก" ของอันโบฮยอนสมัยเรียนโรงเรียนตำรวจอีกด้วย ทั้งสองเปลี่ยนความสัมพันธ์จากครู-ศิษย์มาเป็นเพื่อนร่วมงาน โดยมีพื้นฐานความสัมพันธ์แบบ "เวรกรรม" ติดตัวมาด้วย นางเอกซีซั่นแรกอย่าง พัคจีฮยอน ไม่ได้กลับมาเนื่องจากตารางงานขัดกัน การเปลี่ยนตัวนักแสดงมักเป็นความเสี่ยงที่พบได้บ่อยในภาคต่อ แต่จากตัวอย่างที่ปล่อยออกมา ปฏิกิริยาแบบ "หมาป่าใหญ่ที่ต้องหุบหางเมื่อเจอเจ้านาย" ของอันโบฮยอนต่อหน้าจูฮเยรา กลับกลายเป็นจุดเคมีใหม่ที่สดใหม่น่าติดตาม ส่วนความสัมพันธ์แบบครู-ศิษย์ที่แฝงด้วยความเป็นคู่อาฆาตนี้จะแต่งแต้มด้วยสีสันโรแมนติกหรือไม่ ก็ยังเป็นปริศนาที่รอการเฉลย
ตัวละคร ยูซองวอน ที่รับบทโดย ยูซึงโฮ เป็นลูกชายคนเล็กของกลุ่มสื่อ UBS มีฐานะทางการเงินอยู่ในระดับเดียวกับอันโบฮยอน ทั้งสองรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กและเรียกกันเป็นพี่น้อง ความสัมพันธ์นี้ทำให้ความขัดแย้งระหว่างเขากับอันโบฮยอนและจูฮเยรายิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก — ในตัวอย่างมีฉากที่เขาเลือดเต็มหน้า บวกกับเป้าหมายที่จูฮเยราตามล่ามาหลายปีก็ดูเหมือนจะชี้ไปที่เขาเกือบทั้งหมด ความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างสามคนนี้เป็นอย่างไร ยังคงเป็นเส้นเรื่องที่ค้างคาตลอดทั้งซีซั่น
View this post on Instagram

















