แม้จะเข้าออฟฟิศจำนวนวันเท่ากัน การได้เลือกว่าจะเข้าในวันไหนก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ผลสำรวจของทีมวิจัยการทำงานทางไกลแห่ง LASSIC ซึ่งเผยแพร่วันที่ 30 ตุลาคม พบว่า 38.6% ต้องการระบบที่ให้เลือกวันเข้าออฟฟิศและวันทำงานทางไกลด้วยตนเอง เป็นมาตรการสนับสนุนที่เป็นรูปธรรมซึ่งถูกเลือกมากที่สุด เมื่อแยกตามเพศ ผู้หญิงเลือกข้อนี้ 44.7% และผู้ชาย 32.9% ต่างกัน 11.8 จุดเปอร์เซ็นต์
กลุ่มตัวอย่างไม่ได้ครอบคลุมคนทำงานทั้งหมด การสำรวจออนไลน์จัดขึ้นวันที่ 2–3 กันยายน 2026 ในญี่ปุ่น สำหรับคนอายุ 20–65 ปีที่เคยทำงานจากบ้านหรือทำงานทางไกล มีคำตอบที่ใช้ได้ 1,007 คน แบ่งเป็นผู้หญิง 490 คนและผู้ชาย 517 คน คำถามว่าต้องการการสนับสนุนแบบใดไม่ได้หมายความว่าทุกบริษัทให้สิทธินี้แล้ว และไม่ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการทำงานในไต้หวัน
นอกจากความยืดหยุ่น ยังอยากรู้ว่าเข้าออฟฟิศไปทำอะไร
ผู้ตอบเลือกได้หลายคำตอบจากตัวเลือกแปดข้อ นอกจากระบบเลือกวันเองที่ 38.6% แล้ว อีก 19.3% ต้องการแนวทางหรือกติกากำหนดงานที่จะทำในวันที่เข้าออฟฟิศ และ 16.5% ต้องการให้ทีมประสานวันเข้าออฟฟิศให้ตรงกัน ความต้องการเหล่านี้เกิดร่วมกันได้ คนหนึ่งอาจอยากมีทางเลือกของตนเองและอยากพบเพื่อนร่วมทีมด้วย แทนที่จะเดินทางมาแล้วประชุมออนไลน์ตลอดวัน
อีก 29.7% เลือกข้อที่รวมความหมายว่า “ไม่มีสิ่งที่ต้องการเป็นพิเศษ/มีระบบรองรับแล้ว” จึงไม่ควรตีความว่าทั้งหมดพอใจกับระบบปัจจุบัน หรือสรุปว่าอีก 70.3% ไม่พอใจ เนื่องจากเลือกได้หลายข้อ เปอร์เซ็นต์แต่ละข้อใช้จำนวนผู้ตอบเป็นฐานและรวมกันเกิน 100% ได้ ไม่ใช่การแบ่งคนเป็นแปดกลุ่มที่ไม่ทับซ้อนกัน
ความแตกต่างระหว่างเพศไม่ได้อธิบายสาเหตุในตัวเอง
ตัวเลขผู้หญิง 44.7% และผู้ชาย 32.9% เป็นความแตกต่างที่พบในกลุ่มตัวอย่างนี้ แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่างานบ้าน การเลี้ยงลูก ความปลอดภัยระหว่างเดินทาง หรือเหตุผลใดเหตุผลหนึ่งทำให้เกิดช่องว่างดังกล่าว การกำหนดสถานการณ์เดียวให้ผู้หญิงทุกคนอาจบดบังความต่างของหน้าที่งานและความต้องการส่วนบุคคล ผู้อ่านอาจพบส่วนที่ตรงกับชีวิตของตน โดยไม่ต้องสรุปว่าทุกคนรู้สึกเหมือนกัน
กราฟเปรียบเทียบคำตอบแบบเลือกได้หลายข้อเกี่ยวกับการสนับสนุนงานไฮบริดแยกตามเพศ
เมื่อแยกตามรูปแบบงานปัจจุบัน ผู้ทำงานไฮบริด 43.0% ผู้ทำงานทางไกลเต็มรูปแบบ 35.5% และผู้เข้าออฟฟิศทุกวัน 34.9% เลือกเรื่องกำหนดวันเอง ซึ่งเป็นมาตรการที่เป็นรูปธรรมที่ถูกเลือกมากที่สุดในแต่ละกลุ่ม จำนวนคนในกลุ่มคือ 454, 169 และ 384 คนตามลำดับ ทุกคนเคยทำงานทางไกลมาก่อน กลุ่มเข้าออฟฟิศเต็มเวลาจึงไม่ใช่คนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานทางไกลเลย
เริ่มคุยจากเป้าหมายของงาน ก่อนติดป้ายให้คนทำงาน
ในกลุ่มที่ระบุว่าเหตุผลหลักของการเข้าออฟฟิศคือการพูดคุยโดยบังเอิญและสร้างความสัมพันธ์ 38.2% ต้องการแนวทางสำหรับงานในวันเข้าออฟฟิศ และ 31.4% ต้องการประสานวันของทีม ตัวเลขชี้ว่าผู้ตอบบางส่วนให้ความสำคัญทั้งวันที่เข้ามาและวิธีทำงานร่วมกันเมื่อมาถึง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องการเข้าออฟฟิศวันเดียวกัน หรือยืนยันผลของนโยบายที่นำไปใช้แล้ว
การพูดคุยภายในทีมอาจเริ่มจากแยกงานที่ต้องใช้อุปกรณ์ในสถานที่ออกจากงานร่วมกันที่จำเป็นต้องพบหน้า แล้วจึงพิจารณาขอบเขตของการเลือกและการประสานวัน นี่เป็นแนวทางสนทนาที่เกิดจากการอ่านผลสำรวจ ไม่ใช่วิธีเพิ่มผลิตภาพที่ LASSIC พิสูจน์แล้ว ข้อมูลญี่ปุ่นที่เผยแพร่วันที่ 30 ตุลาคมสะท้อนความคาดหวังด้านหนึ่ง ส่วนเงื่อนไขที่ใช้ได้จริงยังต้องตรวจสอบกฎและนโยบายของแต่ละบริษัท
คำถามที่พบบ่อย
44.7% หมายถึงผู้หญิงทั้งหมดในญี่ปุ่นหรือไม่?
ไม่ใช่ เป็นสัดส่วนในผู้ตอบหญิง 490 คนที่เคยทำงานทางไกลและเลือกว่าต้องการกำหนดวันเข้าออฟฟิศเอง ไม่สามารถใช้แทนผู้หญิงญี่ปุ่นทั้งหมดหรือคนทำงานในไต้หวันได้โดยตรง
ช่องว่างระหว่างเพศคือ 11.8% หรือ 11.8 จุดเปอร์เซ็นต์?
คือ 11.8 จุดเปอร์เซ็นต์ จาก 44.7% ลบ 32.9% ตัวเลขนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าการเลี้ยงลูกหรือปัจจัยเดียวใดเป็นสาเหตุ
ผลสำรวจนี้ทำให้ลูกจ้างมีสิทธิเลือกวันเข้าออฟฟิศทันทีหรือไม่?
ไม่ใช่ เป็นการถามถึงการสนับสนุนที่ต้องการ ไม่ใช่ประกาศกฎหมายใหม่หรือนโยบายบริษัทที่มีผลแล้ว ทางเลือกจริงต้องตรวจสอบตามกฎที่เกี่ยวข้องและนโยบายบริษัท
อ่านเพิ่มเติม