โน้ตบุ๊กทั้งห้าเครื่องวางเรียงกัน สเปกดูเหมือนลอกคำตอบจากข้อสอบเดียวกัน: แรม 16GB แบตอึดดูวิดีโอได้ 14 ชั่วโมง จอ OLED 2.8K 120Hz แต่พลิกไปดูบรรทัดสุดท้าย ราคากระโดดจาก 899 ดอลลาร์ไปถึง 1,299 ดอลลาร์ ต่างกันถึง 400 ดอลลาร์ นี่คือจุดที่น่าสนใจที่สุดของการเปิดให้จองล่วงหน้า "Googlebook" รุ่นแรกของ Google ในวันนี้ นั่นคือพาร์ทเนอร์ฮาร์ดแวร์ต่างก็ได้สเปกขั้นต่ำเดียวกัน แต่กลับสร้างตรรกะผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันถึงห้าแบบ

Googlebook ทั้งห้ารุ่นจาก Acer, ASUS, Dell, HP และ Lenovo เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าพร้อมกันในวันนี้ โดยวางตำแหน่งเป็นสายไฮเอนด์ ไม่ใช่สเปกระดับเริ่มต้นถึงกลางที่ Chromebook เคยเป็นมา ด้านชิปแบ่งเป็นสองฝั่ง: Acer, ASUS และ Lenovo ใช้ Intel Core Ultra 5 Series 3 (Acer และ ASUS จะมีรุ่น Core Ultra 7 เพิ่มด้วย) ส่วน Dell และ HP เลือก Qualcomm Snapdragon X Elite บรรณาธิการ Engadget อย่าง Nathan Ingraham ได้ลองสัมผัสทั้งห้าเครื่องจริงในงานสื่อของ Google เมื่อสัปดาห์ก่อน นี่คือความรู้สึกแรกของเขาในตอนนั้น ส่วนรีวิวฉบับเต็มเขาระบุว่าจะปล่อยตามมาในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ทั้งห้าเครื่องมีของเล่นเล็กๆ ที่เหมือนกัน คือแถบไฟเรืองแสง Glowbar ที่ฝาหลัง เมื่อเปิดเครื่องจะมีแอนิเมชันไฟกวาด ปาดนิ้วก็แสดงระดับแบตเตอรี่ได้ และเวลาคุยกับ Gemini ก็มีเอฟเฟกต์แสงตอบสนองด้วย ตอนนี้ฟังก์ชันนี้ยังเป็นแค่ไข่อีสเตอร์เชิงภาพ แต่ Google บอกว่าในอนาคตจะเปิดให้นักพัฒนาเรียกใช้งานได้ สายเลือดของแถบไฟนี้สืบย้อนไปได้ถึง Glowbar ตัวดั้งเดิมบน Chromebook Pixel ในอดีต และยังสอดคล้องกับแถบแจ้งเตือน HiLight ของ Google Pixel 11 Pro อีกด้วย

Acer Googlebook 14 เป็นรุ่นเดียวในทั้งห้าที่เป็นแบบพับหน้าจอได้ บานพับหมุนได้ 360 องศาให้สัมผัสที่ลื่นไหล Ingraham บอกว่ามันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเวอร์ชันอัปเกรดหรูของ Acer Chromebook Spin 514 ซึ่งเป็นหนึ่งใน Chromebook ยอดเยี่ยมที่เขาเลือกไว้เมื่อปีก่อน ตัวเครื่องเบากว่ารุ่นเก่าครึ่งปอนด์ เปลี่ยนเป็นทัชแพดที่ใหญ่และดีกว่า พร้อมจอ OLED ความละเอียด 2,880x1,800 รีเฟรชเรต 120Hz มาพร้อมแรม 16GB ชิป Core Ultra 5 และพื้นที่เก็บข้อมูล 512GB ราคา 899 ดอลลาร์ ถือเป็นรุ่นเดียวในทั้งห้าที่ราคาต่ำกว่าพันดอลลาร์ และยังได้รับการยกให้เป็นรุ่นที่คุ้มค่าที่สุดจากเขาด้วย

ASUS Googlebook 14 มองแค่สเปกดูเหมือนจะเหมือน Acer เกือบทุกอย่าง แต่พอหยิบขึ้นมาจริงๆ ความแตกต่างก็ปรากฏชัด ตัวเครื่องหนักเพียง 2.2 ปอนด์ ซึ่งเบากว่า Acer ที่ 2.5 ปอนด์ไม่มากนัก แต่เมื่อรวมกับขนาดจอ 14 นิ้วเท่ากัน ทำให้จับถือรู้สึกเบากว่าอย่างชัดเจน ทัชแพดคือจุดที่ Ingraham ประทับใจที่สุดในกลุ่มนี้ ขนาดใหญ่ มีฟีดแบ็กแบบสัมผัส และยาวไปจนถึงขอบล่างของตัวเครื่อง ทีมงาน ASUS ระบุเป็นพิเศษว่าได้ปรับแต่งอย่างละเอียดเพื่อป้องกันการสัมผัสผิดพลาดจากฝ่ามือ ราคาตั้งไว้ที่ 1,299 ดอลลาร์ และยังมีรุ่นอัปเกรด Core Ultra 7 ให้เลือกด้วย

Dell XPS Googlebook เป็นครั้งแรกที่แบรนด์ XPS ถูกนำมาติดบนโน้ตบุ๊ก Google และยังเป็นรุ่นที่มีตัวตนทางดีไซน์โดดเด่นที่สุดในทั้งห้ารุ่น ด้วยจอ 13.4 นิ้ว ความหนาตัวเครื่องเพียง 12.7 มม. ทำให้ดูเล็กกว่าโน้ตบุ๊ก 13 นิ้วทั่วไปไปอีกขั้น ส่งผลให้แผงคีย์บอร์ดค่อนข้างบาง แต่สัมผัสยังคงแน่นหนา ทัชแพดในตัวเครื่องขนาดเล็กนี้กลับดูใหญ่และตอบสนองไวมาก เป็นหนึ่งในสองรุ่นที่ใช้ชิป Snapdragon X Elite สเปกเริ่มต้นคือแรม 16GB พื้นที่เก็บข้อมูล 512GB ราคา 1,199 ดอลลาร์ นอกจากนี้ Dell ยังวางแผนออกรุ่นแรม 32GB พื้นที่เก็บข้อมูล 1TB โดยยังไม่ประกาศราคา

HP Googlebook 14 ใช้ชิป Snapdragon X Elike เช่นเดียวกัน แต่ไปในทางตัวเครื่องมาตรฐานขนาด 14 นิ้ว ไม่ได้ใช้ภาษาการออกแบบที่บางเบาสุดขั้วแบบ Dell ตัวเครื่องอะลูมิเนียมทั้งหมดให้ความรู้สึกแน่นหนามาก คีย์บอร์ดอาจเป็นสัมผัสที่ดีที่สุดในทั้งห้ารุ่น ทัชแพดก็เป็นขนาดใหญ่พร้อมฟีดแบ็กแบบสัมผัสเช่นกัน และยังมาพร้อมทั้งการสแกนใบหน้าและลายนิ้วมือ (อีกสี่รุ่นมีแค่สแกนลายนิ้วมืออย่างเดียว) จอยังคงเป็น OLED 2.8K แบบสัมผัส แต่พื้นที่เก็บข้อมูลเริ่มต้นมีแค่ 256GB ซึ่งค่อนข้างน่าแปลกใจ เพราะรุ่นอื่นๆ ยกเว้น Lenovo ต่างเริ่มต้นที่ 512GB ทั้งที่ราคาของ HP อยู่ที่ 1,299 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสองรุ่นที่แพงที่สุดในกลุ่ม ด้านคุณภาพงานประกอบ Ingraham มองว่ามันเทียบเท่ากับ Dell XPS Googlebook ในความแน่นหนา

Lenovo Googlebook 15 เป็นรุ่นจอ 15 นิ้วเพียงรุ่นเดียวในกลุ่มนี้ เช่นเดียวกับรุ่นอื่นๆ ที่มาพร้อมจอ OLED ความละเอียด 2.8K แต่เมื่อขยายขนาดจอใหญ่ขึ้น ความหนาแน่นของพิกเซลก็ย่อมสู้รุ่นอื่นไม่ได้ ทว่าภาพรวมก็ยังคมชัดสมเหตุสมผล ด้านชิปและสเปกแรมเหมือนกับ Acer และ ASUS คือ Core Ultra 5 จับคู่แรม 16GB พื้นที่เก็บข้อมูลก็เริ่มต้นที่ 256GB เท่ากัน ขอบล่างของตัวเครื่องมีการเซาะลายกันลื่น สืบทอดสัมผัสจาก Lenovo Chromebook Plus 14 และ Google Pixelbook Go รุ่นก่อนหน้า ส่วนสีขาวของตัวเครื่องนั้น Lenovo ระบุว่าเป็นสีประจำปีของ Pantone เครื่องนี้มาพร้อมทั้งระบบสแกนใบหน้าและลายนิ้วมือเช่นเดียวกับรุ่นอื่น และเป็นรุ่นเดียวในกลุ่มนี้ที่รองรับระบบเสียง Dolby Atmos ราคาตั้งอยู่ที่ 1,299 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับรุ่นที่แพงที่สุด แต่แลกมาด้วยจอใหญ่ 15 นิ้วซึ่งมีเพียงรุ่นนี้เท่านั้นในกลุ่ม