
ตอนอายุสิบห้าปี ที่ร้านอาหารดึกใต้กังหันลมของมิโคนอสอย่าง Sea Satin นักเขียนท่องเที่ยวคนหนึ่งซึ่งเดินทางไปมาที่นี่มานาน เห็นดีไซเนอร์จาก Dolce & Gabbana ที่โต๊ะข้างๆ กำลังฉลองวันเกิด ผ้าเช็ดปากสีขาวเริ่มถูกโบกวนเหนือหัว ผู้ใหญ่คนแล้วคนเล่าปีนขึ้นไปยืนบนโต๊ะ ใต้โต๊ะมีถังน้ำแข็งที่มีวอดก้าเกาะไอน้ำอยู่ เขาเล่าย้อนความในบทความของ Condé Nast Traveler ว่าลุงขับรถพาเขาวนกลับบ้านผ่านถนนภูเขาที่คดเคี้ยว ระหว่างทางเขาขอให้จอดรถ โน้มตัวอาเจียนอยู่ข้างถนนนานหลายนาที พอกลับขึ้นรถ ลุงส่งกระดาษเช็ดปากให้ พร้อมหมุนเสียงวิทยุลง เรื่องนี้ไม่ได้ถูกเล่าให้แม่ของเขาฟังในเวลาต่อมา บทความชิ้นนี้ไม่ใช่งานประชาสัมพันธ์ของมิโคนอส แต่เป็นคู่มือปฏิบัติที่เขียนขึ้นสำหรับขาประจำ — ต้องจองที่นั่งในโซนไหน ตอนพระอาทิตย์ตกควรเลือกสถานที่ที่ดังแค่ไหน และตอนตีสองจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะมีรถพากลับบ้าน

ชื่อเสียงของเกาะแห่งนี้มีเส้นเวลาที่ชัดเจน สมัยที่เลอ กอร์บูซีเยและกามูส์มาเยือน มิโคนอสยังเป็นแค่จุดพักหยาบๆ ระหว่างทางไปเดลอส การมาเยือนของแจ็คเกอลีน เคนเนดีในปี 1961 นำพากล้องมาด้วย และรายชื่อผู้มาเยือนในยุคนั้นต่อมาก็ขยายไปถึงเกรซ เคลลี บริจิตต์ บาร์โดต์ โซเฟีย ลอเรน และมาเรีย คัลลาส ปี 1972 Pierro Aversa และ Andreas Koutsoukos เปิดร้าน Pierro's ในพื้นที่ห้าร้อยสี่สิบตารางฟุต ที่แน่นขนัดไปด้วยแดร็กควีน ชาวประมง ขุนนาง และดีไซเนอร์ ฌ็อง ปอล โกลติเยร์และ Valentino เคยผ่านเข้ามาในร้าน ส่วนเกรซ โจนส์ก็เคยเต้นที่ Remezzo มาแล้ว ทุกวันนี้เกาะนี้ยังต้มเบียร์คราฟต์ของตัวเอง บาร์เล็กๆ ในย่าน Chora เทค็อกเทลรสชาติดีใส่แก้วกระดาษให้คนถือเดินต่อเข้าไปในราตรี นักดนตรีชาวกรีกและดีเจระดับนานาชาติแชร์ตารางการแสดงเดียวกัน คอยเตือนให้นึกได้ว่าเกาะนี้ที่จริงเป็นของประเทศไหน











