ในวันที่ทำการสัมภาษณ์ Escobar พาผู้สื่อข่าวไปดูภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ระลึกถึง Half-A-Mill แร็ปเปอร์นิวยอร์กในยุค 1990s ที่เคยร่วมงานกับ Kool G Rap, AZ, N.O.R.E. และเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายในปี 2003 เสียงของเขาปรากฏอยู่ในช่วงอินเตอร์ลูดหนึ่งในเวอร์ชันดีวีดีของ《Standing on the Corner II》แต่ส่วนนี้จะไม่ปรากฏในเวอร์ชันสตรีมมิ่ง ภาพจิตรกรรมฝาผนังยังพอเห็นรูปทรงอยู่ แต่ก็ถูกกาลเวลากัดกร่อนจนเลือนราง
การจัดวาง "โบราณวัตถุ" ใหม่แบบนี้ คือวิธีที่ Escobar ใช้สร้างอนุสรณ์ให้ทั้งคนเป็นและคนตาย โดย《Standing on the Corner II》ได้ Solange, Danny Brown และ Styles P มาร่วมงาน ส่วนเนื้อเพลงและการเรียบเรียงก็แทรกร่องรอยของ Sonia Sanchez, Frank Lloyd Wright, Aaliyah, Chuck Berry ไปจนถึงค่ายเพลงพังก์แห่ง D.C. อย่าง Dischord Records หนังแนว exploitation เรื่อง《Coffy》และวงควอเต็ตร้านตัดผม อัลบั้มนี้ในเพลง〈MAN MAY NOT LAST〉เดินจังหวะช้าแบบอันเดอร์กราวด์แร็พ ส่วนการรีเมค〈ROLL OVER BEETHOVEN〉กลับพลิกไปทาง post-rockabilly ขณะที่〈GIMME MY GUN〉มาพร้อมกลิ่นอายป็อปแบบ Brill Building และ〈BABY OH BABY〉ก็ใกล้เคียงกับสไตล์ครวญเบาๆ แบบ D'Angelo ทั้งอัลบั้มปะติดปะต่อด้วยความเร็วสูงมาก แต่สิ่งที่น่าค้นหาที่สุดกลับซ่อนอยู่ในรายละเอียดเล็กๆ ที่เป็นเบาะแสของเมืองนี้ และวัฒนธรรมกับความทรงจำส่วนตัวของวงเองตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา