โต๊ะข้างตัวหนึ่งอาจมีราคา 39 ดอลลาร์ หรือสูงถึง 1,710 ดอลลาร์ก็ได้ โซฟาตัวหนึ่งอาจอยู่ที่ 999 ดอลลาร์ หรือทะลุ 5,000 ดอลลาร์ก็เป็นไปได้ นี่คือสเปกตรัมราคาที่ปรากฏในคู่มือแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ล่าสุดจาก Apartment Therapy สื่อไลฟ์สไตล์บ้านของสหรัฐฯ — นอกจาก IKEA ที่บรรณาธิการโปรดปรานมาอย่างยาวนาน ยังมีกลุ่มแบรนด์ที่เดินโมเดลขายตรง แบรนด์เสื้อผ้าที่ข้ามสายมาทำเฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่เน้นดีไซน์คลาสสิกโดยเฉพาะ ต่างครองพื้นที่งบประมาณและสไตล์ที่แตกต่างกันไป

คู่มือนี้รวบรวม 21 แบรนด์ ในจำนวนนี้ 13 แบรนด์มีการระบุสินค้าและราคาชัดเจน มากพอที่จะเห็นความแตกต่างของตำแหน่งทางการตลาดของแต่ละแบรนด์

โมเดลขายตรงทำให้โซฟาราคาปานกลางแข็งแรงคุ้มค่า
Mori Performance Fabric Single Arm 2-Seater Sofa ของ Castlery ราคา 2,099 ดอลลาร์ ตัวเครื่องกะทัดรัดเหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็ก เบาะนุ่มพอที่จะใช้เป็นเตียงสำรองสำหรับแขกได้ยามจำเป็น ทีมงาน Apartment Therapy เคยเปรียบเปรยแบรนด์นี้ว่าเป็น "Brooklinen แห่งวงการเฟอร์นิเจอร์" ส่วนโซฟา Sanders ขนาด 85.5 นิ้วของ Article ราคา 999 ดอลลาร์ จุดเด่นอยู่ที่เส้นสายโค้งมนและรูปทรงต่อเนื่อง วัสดุหลักเป็นไม้จริงและหนัง อาศัยการขายตรงถึงผู้บริโภคเพื่อกดต้นทุนให้ต่ำ

โซฟาเดย์เบดพลิกกลับได้ Range Pro ขนาด 109 นิ้วของ Burrow ราคาปกติ 5,069 ดอลลาร์ ลดเหลือ 3,041 ดอลลาร์ ใช้หนังแท้เกรดพรีเมียม ดีไซน์แบบโมดูลาร์ที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ บางรุ่นมีช่องชาร์จ USB ในตัว แบรนด์นี้มีแฟลกชิปสโตร์อยู่ที่ SoHo นิวยอร์ก ส่วน Nathan James ที่วางตำแหน่งราคาย่อมเยาว์กว่า เปิดตัวด้วยโต๊ะเขียนหนังสือสไตล์มิดเซ็นจูรี Parker ราคาปกติ 310 ดอลลาร์ ลดเหลือ 270 ดอลลาร์ ความกว้างโต๊ะ 41.9 นิ้ว มาพร้อมชั้นวางแบบเปิดและลิ้นชัก Danielle บรรณาธิการด้านที่อยู่อาศัยของ Apartment Therapy เปรียบเปรยแบรนด์นี้ว่า "เหมือนลูกที่เกิดจาก West Elm กับ AllModern แต่ราคาระดับ IKEA"

จากแบรนด์เสื้อผ้าและร้านคัดสรรสินค้า ก้าวเข้าสู่วงการเฟอร์นิเจอร์ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น

โต๊ะข้าง Alana ของ Urban Outfitters Home ราคา 199 ดอลลาร์ วัสดุโลหะ เส้นสายมนกลม มีให้เลือกหลายสี ส่วนโต๊ะข้าง Low ของ H&M Home ราคาปกติ 75 ดอลลาร์ ลดเหลือ 39 ดอลลาร์ ความกว้างโต๊ะประมาณ 20 นิ้ว ขอบโลหะออกแบบให้มีส่วนนูนป้องกันของไหลตก แบรนด์นี้ยังไม่มีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่อย่างโซฟาหรือโต๊ะทานอาหาร แต่เติมเต็มไลน์สินค้าด้วยของแต่งบ้านและอุปกรณ์เสริม
โต๊ะข้าง Brooklyn ของ AllModern ราคาปกติ 329 ดอลลาร์ ลดเหลือ 229 ดอลลาร์ หน้าโต๊ะทรงกลมให้ความรู้สึกวินเทจนิดๆ ร้านยังจำหน่ายแบรนด์ดีไซน์อย่าง Kartell, Marimekko และ Umbra ด้วย เก้าอี้หมุน Madison ของ ABC Carpet & Home ราคา 2,495 ดอลลาร์ เบาะโฟมหุ้มด้วยไส้คล้ายขนเป็ด พนักพิงทรงถังเส้นสายมนกลม แบรนด์นี้มีแฟลกชิปสโตร์ที่นิวยอร์กและสาขาที่บรูคลิน โต๊ะทานอาหาร Alma ของ Industry West ราคา 1,850 ดอลลาร์ ทำจากไม้โอ๊คแท้ทั้งชิ้น ภาพรวมผสมผสานสไตล์อินดัสเทรียลกับโมเดิร์น มักใช้ไม้ เหล็ก และหนังร่วมกัน เนื่องจากมีสต็อกจำกัด สินค้าจึงมักขายหมดเร็ว เก้าอี้เดี่ยว Hughes ของ Joybird ราคาปกติ 1,484 ดอลลาร์ ลดเหลือ 965 ดอลลาร์ ขาเก้าอี้ปลายแหลมและพนักพิงแบบดุมกระดุมเป็นรายละเอียดเด่นของสไตล์มิดเซ็นจูรี เบาะนั่งนุ่มพอดี แบรนด์นี้ชูจุดขายเรื่องบริการสั่งทำพิเศษให้เลือกผ้าและสีได้เอง

ก้าวสู่ระดับคลาสสิกและระดับสะสมเพื่อการลงทุน

West Elm รุ่น Brannon โซฟา 78 นิ้ว ราคาปกติ 2,299 ดอลลาร์สหรัฐ ลดเหลือ 1,599 ดอลลาร์สหรัฐ ที่วางแขนทรงเหลี่ยมใช้เป็นโต๊ะข้างได้ในตัว เหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็ก ส่วนไลน์สินค้าระดับคอมเมอร์เชียลของแบรนด์ใช้ไม้ที่ได้รับการรับรอง Fair Trade วัสดุทนทานต่อการใช้งานมากขึ้น RH รุ่น Luisa เก้าอี้เดี่ยว ราคา 1,710 ดอลลาร์สหรัฐ ตัวเก้าอี้ทรงโค้งหุ้มพร้อมตัวเลือกผ้ากว่าร้อยแบบ เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ราคาค่อนข้างสูงในไกด์นี้ สินค้าหลักส่วนใหญ่เป็นโซฟาตัวใหญ่และโต๊ะทานอาหารทรงยาว Design Within Reach รุ่น Eames Lounge Chair and Ottoman ราคาปกติ 9,800 ดอลลาร์สหรัฐ ลดเหลือ 7,350 ดอลลาร์สหรัฐ ดีไซน์คลาสสิกโดย Charles และ Ray Eames โครงไม้ขึ้นรูปพร้อมเบาะหุ้มติดกระดุม ถือเป็นผลงานตัวแทนหนึ่งในประวัติศาสตร์เฟอร์นิเจอร์ ภายในร้านยังมีผลงานของดีไซเนอร์อย่าง Arne Jacobsen, Hans Wegner ให้เลือกซื้อด้วย
ในคู่มือยังมีการระบุแบรนด์อย่าง Jonathan Adler, Amazon, Rejuvenation, Blu Dot, CB2, Wayfair, Walmart และ World Market ซึ่งมีสไตล์และจุดยืนที่แตกต่างกันไป เหมาะสำหรับผู้อ่านที่อยากลองเปรียบเทียบตัวเลือกเพิ่มเติม แบรนด์เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ค้าปลีกในสหรัฐอเมริกา ก่อนสั่งซื้อจริงแนะนำให้ตรวจสอบเรื่องการจัดส่งข้ามประเทศและกฎเกณฑ์ด้านภาษีให้ดีก่อน