ในสัปดาห์แฟชั่นบุรุษปารีสเมื่อเดือนมิถุนายน Willy Chavarria ออกมาโค้งคำนับในโชว์คอลเลกชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2027 ของตัวเอง โดยสวมรองเท้า Stan Smith สีขาว มีการแต่งส้นด้วยผ้าสักหลาดสีเขียวชิ้นเล็กๆ พร้อมปักลายกุหลาบเขียวที่ด้านข้างตัวรองเท้า ที่นั่งแถวหน้ามีเจ้าของชื่อรองเท้าตัวจริง นั่นคือตำนานนักเทนนิส Stan Smith เอง ซึ่งวันนั้นเขาสวมเวอร์ชันผ้าสักหลาดสีเขียวแบบวินเทจเต็มคู่ ในสัปดาห์เดียวกัน บนรันเวย์ของ Y-3 Stan Smith ถูกรื้อโครงสร้างใหม่กลายเป็น "Stan Smith SQ" หัวเหลี่ยมส้นเหลี่ยม พร้อมด้วยเวอร์ชัน "Lo Pro" ที่ดีไซน์เพรียวบางกว่าเดิม Adidas ถึงขั้นเช่าอาคารเก่าหลายชั้นในปารีส จัดอีเวนต์ป็อปอัพ Stan Smith นาน 2 วัน เชิญเหล่าศิลปินและนักดนตรีมาร่วมตีความอิทธิพลของรองเท้าคู่นี้ใหม่
ภาพเหล่านี้กลายเป็นแรงหนุนให้ Bjorn Gulden ซีอีโอของ Adidas ใช้พูดในงานแถลงผลประกอบการสัปดาห์นี้ เขาบอกกับนักวิเคราะห์ว่า เมื่อ "กระแสเทนนิส" กลับมาอยู่ในภาษาแฟชั่นอีกครั้ง เขามั่นใจว่า Stan Smith จะ "กลับมาเติบโตอีกครั้ง" โดยจะมีการออกเวอร์ชันต่างๆ เพิ่มเติมนอกเหนือจากรุ่นดั้งเดิม พร้อมทั้งจัดกิจกรรมร่วมกับพาร์ทเนอร์หลากหลายราย "เราเห็นสัญญาณชัดเจนว่าทิศทางนี้กำลังเกิดขึ้นจริง ทั้งจากโชว์แฟชั่น ผลสำรวจผู้บริโภค และข้อมูลวิจัยต่างๆ" Gulden กล่าว "และสินค้าที่เราวางจำหน่ายไปแล้วก็มียอดขายเบื้องต้นที่ดีมากด้วย"
จังหวะที่พูดคำนี้ออกมาน่าสนใจไม่น้อย เพราะไตรมาสสอง (เมษายน-มิถุนายน) ของ Adidas มียอดขายสุทธิแตะ 6,740 ล้านยูโร ซึ่งเป็นยอดขายรายไตรมาสสูงสุดในประวัติศาสตร์บริษัท เติบโต 14% และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 6,630 ล้านยูโร แต่หุ้นกลับร่วงหนักถึง 11.5% ในวันพฤหัสบดี ลงมาอยู่ที่ 161.25 ยูโร และร่วงต่ออีกเกือบ 2% ในวันศุกร์ มาอยู่ที่ 159.40 ยูโร นักวิเคราะห์จาก Deutsche Bank, Bernstein Research และ RBC ชี้ว่าตลาดตกใจกับค่าใช้จ่ายด้านการตลาดฟุตบอลโลก ซึ่งสูงเกินคาดถึง 212 ล้านยูโร ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรจากการดำเนินงาน พูดง่ายๆ คือ การเติบโตที่บริษัททุ่มเงินผ่านฟุตบอลโลกดันขึ้นมานั้น นักลงทุนไม่ปลื้ม ส่วนก้าวต่อไปที่ Gulden ฝากความหวังไว้จริงๆ กลับเป็นรองเท้าเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 50 ปี






