ก้อนหินริมทางที่ดูเหมือนหยิบได้ทั่วไป พอเข้าปากถึงรู้ว่าเป็นเยลลี่ที่ทำจากคอลลาเจนตีนห่าน — นี่คือกลเม็ดแรกที่เมนูใหม่เดือนกันยายนของ JUNTO Tong เล่นกับคุณ ร้านอาหารจีนแห่งนี้ที่ได้รับการแนะนำจาก Michelin Guide Taiwan 2025 จะเปิดตัวเมนูชิมทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำแบบใหม่ทั้งหมดในเดือนกันยายน นำทัพโดยเชฟใหญ่ เหลย ฉีอวี้ และเชฟหวัง อวี้เจิน ดึงวัตถุดิบจากเมนูเด็ดและเทคนิคประจำถิ่นของ 8 สายอาหารจีนใหญ่ นำอาหารดองสดแบบแต้จิ๋ว บาร์บีคิวกวางตุ้ง ต้มพริกเสฉวน ข้าวอบสไตล์ฮ่องกง และซุปตุ๋นจีน มาจัดวางไว้บนโต๊ะเดียวกันอย่างใหม่
JUNTO Tong เป็นร้านอาหารจีนในเครือแบรนด์โรงแรม "Zhengs Hotel" เปิดตัวปลายปี 2024 คำว่า "Tong (同)" มาจากคำว่า "ต้าถง" และ "เสี่ยวคัง" ในคัมภีร์หลี่จี้-หลี่ยวิ่น ทางร้านระบุว่า มีเพียงอาหารเท่านั้นที่สามารถข้ามพ้นพรมแดนและวัฒนธรรม ทำให้ผู้คนเชื่อมโยงกันบนโต๊ะเดียวกัน เมนูใหม่ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำจัดในรูปแบบเมนูชิม (Tasting Menu) จัดลำดับรสชาติเข้มอ่อน อุณหภูมิ และมิติของสัมผัสตลอดทั้งคอร์ส พร้อมบริการปอกเปลือกสด ราดซอส และแบ่งจานข้างโต๊ะ ลูกค้ายังสามารถสั่งเพิ่มเมนูแนะนำจากเชฟได้ ตั้งแต่ติ่มซำทำมือไปจนถึงผัดไฟแรง
ประวัติเชฟ: จาก "เทพมีดหนุ่ม" สู่แขกรับเชิญรายการวาไรตี้
เชฟใหญ่ เหลย ฉีอวี้ มาจากฮ่องกง จบหลักสูตรระดับปรมาจารย์จาก Hong Kong Chinese Culinary Institute เคยคว้าแชมป์การแข่งขันทำอาหารจีนสำหรับเชฟรุ่นเยาว์ทั่วฮ่องกง และได้รับฉายา "เทพมีดหนุ่ม" จากฝีมือการใช้มีด เขาเคยทำงานที่กลุ่ม Lei Garden ฮ่องกง, Yu Lei ในเครือ K.O. Dining และร้านอาหารจีนระดับมิชลินสตาร์รวมถึงคลับส่วนตัวระดับไฮเอนด์หลายแห่ง เคยดำรงตำแหน่งเชฟใหญ่อาหารจีนของ China Club ฮ่องกง และในช่วงหลายปีที่ผ่านมายังได้ร่วมและดำเนินรายการทำอาหารวาไรตี้ทางโทรทัศน์ฮ่องกงหลายครั้ง คราวนี้เขาร่วมมือกับเชฟหวัง อวี้เจิน และทีมงาน สานต่อแนวทาง "สืบทอดต้นตำรับ ผสมผสานสร้างสรรค์" ของ JUNTO Tong
อาหารเรียกน้ำย่อยสร้างสรรค์สองจานแรกแสดงตรรกะนี้ได้ชัดเจนที่สุด "จริงคือปลอม ปลอมคือจริง" มีรูปลักษณ์เป็นก้อนหินธรรมดา แต่แท้จริงเป็นเยลลี่ตีนห่านที่ทำจากคอลลาเจนอันเข้มข้นของตีนห่าน รูปลักษณ์เหมือนจริงกับสัมผัสที่ละเอียดนุ่มหนึบสร้างความลักลั่นทั้งทางสายตาและรสชาติ ส่วน "ยาพิษแต้จิ๋ว" นำมาจากวัฒนธรรมอาหารดองสดแต้จิ๋ว เลือกใช้กุ้งแดงเทวดาจากอาร์เจนตินา ดองสดตามแบบแต้จิ๋ว รักษาความสดหวานของเนื้อกุ้งพร้อมซ้อนกลิ่นหอมเค็มมันจากซอส หากกินหมดหนึ่งตัวแล้วยังไม่หายอยาก สามารถเพิ่มเงิน 99 บาทเลือก "ติดพิษครั้งที่ 2" เพิ่มกุ้งแดงเทวดาอีกหนึ่งตัว การตั้งชื่อแบบนี้ทำให้อาหารจีนระดับไฟน์ไดนิ่งมีเรื่องราวการรับประทานที่น่าจดจำและเล่าต่อได้มากขึ้น
เซ็ตมื้อกลางวัน: หรูหราละเมียดละไม แฝงมิติของการหมักและไฟแรง
เมนูชิมมื้อกลางวันเปิดตัวด้วย "เกี๊ยวเจมังกรคู่ภูเขา" ใช้ธัญพืชห้าชนิดผสมผสานกับผักตามฤดูกาล นำเสนอสองรสชาติ; "ทาร์ตเนื้อพาร์เมซาน" ให้พนักงานขูดชีสพาร์เมซานสดข้างโต๊ะ ปล่อยกลิ่นหอมออกมาในทันทีที่ขูด "เค้กเผือกต้าเจี่ยกับกุนเชียงและต้นหอม" ใช้ความหอมหวานเนื้อนุ่มของเผือกต้าเจี่ย รองรับความเค็มหอมของกุนเชียงและต้นหอม; "หมูแดงตุ๋นซอสถั่วเน่าดำน้ำผึ้งมะกอกดำ" ใช้ซอสถั่วเน่าดำผสมน้ำผึ้งและมะกอกดำปรับสมดุลความหวานของหมูแดง ผ่านการย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเปลือกนอกกรอบเงามัน เนื้อในยังคงฉ่ำน้ำ
เมนูซุป "ซุปเปรี้ยวหวานเกี๊ยวกุ้งไชเท้าเขียว" ใช้น้ำซุปเปรี้ยวเผ็ดเล็กน้อยขับความหวานของเนื้อกุ้ง สามารถเพิ่มเงิน 99 บาทอัพเกรดเป็นกระเพาะปลา เมนูหลัก "ปลาลิ้นหมาตุ๋นถั่วเน่าดำหยางเจียงกับบวบเหลี่ยม" ใช้ความเค็มหอมจากการหมักถั่วเน่าดำหยางเจียงและความขมเล็กน้อยของบวบเหลี่ยม ขับความสดหวานละเมียดของปลาลิ้นหมา นำเสนอความสมดุลแบบอาหารกวางตุ้ง "ขมนำหวานตาม เค็มหอมชูรส" สามารถเพิ่มเงิน 99 บาทอัพเกรดเป็นเส้นหมี่ทอดกรอบ ให้เส้นหมี่ดูดซับรสถั่วเน่าดำและน้ำปลา เมนูหลัก "ข้าวผัดที่ไม่เหมือนใคร" ไม่ใช้ข้าว แต่ใช้เส้นข้าวผัดกับหัวไชโป๊ เนื้อสับ และผักดองมะกอก คงความหอมไฟแรงและเค็มหอมที่คุ้นเคยแต่เบาสบายหนึบกว่า ปิดท้ายด้วย "น้ำแข็งใสบัวหลวง เม็ดบัว ถั่วเขียว" ที่ต้มด้วยไฟอ่อนช้าๆ
เซ็ตมื้อค่ำ: ฝีมืออาหารกวางตุ้งคลาสสิกและความทรงจำสไตล์ฮ่องกง
เซ็ตมื้อค่ำเปิดตัวด้วย "ซุปแห่งชีวิต" นำเสนอรสชาติด้วยความหอมของแอปเปิลและความหวานสดชื่นของสาลี่หิมะ; "แมงกะพรุนเจลลี่คลุกสมุนไพร" เรียกแมงกะพรุนว่า "ปลาเจลลี่" ให้พนักงานราดซอสคลุกข้างโต๊ะ ผสานกลิ่นสมุนไพรกับสัมผัสกรอบของแมงกะพรุน "ไก่ยัดไส้ตับห่านสไตล์ต้นตำรับ" ต่อยอดอาหารกวางตุ้งดั้งเดิม ใช้เทคนิค "อิ๊วเปา" ที่เน้นการควบคุมอุณหภูมิน้ำมันอย่างพิถีพิถัน รักษาความนุ่มของเนื้อไก่พร้อมดึงกลิ่นหอมเข้มข้นละเมียดของตับห่านออกมา
"พริกไทยเกลือต้มคู่สุดยอด" นำเสนอไส้ใหญ่และปลาหมึกที่มีเนื้อสัมผัสแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ผสานรสพริกไทย เค็มหอม และเผ็ดร้อนให้เกิดความตัดกันอย่างลงตัว สามารถเพิ่มเงิน 299 บาทเพื่ออัพเกรดเป็นกระเพาะปลาดอกไม้ขาว 36 หัว "ซุปตุ๋นหอยสังข์กับเป่าฮื้อมุกทะเลตุ๋นนาน" ผ่านการตุ๋นด้วยไฟอ่อนเป็นเวลานาน ให้ความหอมของเป่าฮื้อและหอยสังข์ซึมเข้าสู่น้ำซุปอย่างเต็มที่ "ปูหวานล้านลี่ยัดไส้ทอด" นำเนื้อปู หัวหอม และเห็ดมายัดกลับเข้าไปในกระดองปูแล้วทอดจนกรอบหอม ส่วน "เนื้อวัวผัดกระเทียมไฟแรง" ใช้ไฟแรงผัดเร็วเพื่อกักเก็บความหอมมันของเนื้อวัวไว้อย่างครบถ้วน
เมนูหลัก "ข้าวหมูทอดอบซอสมะเขือเทศสไตล์ฮ่องกงของอี๋เกอ" ผสานรสเปรี้ยวหวานซอสมะเขือเทศแบบฮ่องกง หมูทอดหอมกรอบ และความหอมจากการอบ รังสรรค์รสชาติคลาสสิกของภัตตาคารชาฮ่องกงขึ้นใหม่ ให้ความประณีตทางฝีมือได้พบกับความทรงจำในชีวิตประจำวันบนโต๊ะอาหารเดียวกัน ปิดท้ายด้วย "เต้าหู้นมสดชาเขียว" และ "ขนมปังสับปะรดไอศกรีม" ที่ผสานความร้อนเย็นสลับกัน เพื่อทิ้งท้ายมื้อค่ำสไตล์ฮ่องกงอย่างสมบูรณ์
JUNTO เมนูใหม่ประจำเดือนกันยายนนี้พาเดินทางจากแต้จิ๋ว กวางตุ้ง เสฉวน ไปจนถึงฮ่องกง สิ่งที่ยึดโยงทุกอย่างไว้ด้วยกันไม่ใช่แค่การผสมผสานสายอาหาร แต่คือฝีมืออันลึกซึ้งของ Ngo Kai Yu (雷啟裕) และทีมงานที่รักษาความคลาสสิกไว้อย่างมั่นคง แล้วผ่านการตั้งชื่อเมนูอย่างสร้างสรรค์ การนำเสนอที่สวยงาม และการปฏิสัมพันธ์ข้างโต๊ะ ดึงให้อาหารจีนระดับไฟน์ไดนิ่งเข้าใกล้ผู้ทานมากยิ่งขึ้น
JUNTO เมนูใหม่ประจำเดือนกันยายนเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน ไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน เมนูชิมช่วงกลางวันราคา 1,388 บาท บวกค่าน้ำชา 100 บาทและค่าบริการ 10% ส่วนเมนูชิมช่วงค่ำราคา 2,388 บาท บวกค่าน้ำชา 100 บาทและค่าบริการ 10% เช่นกัน เมนูแนะนำจากเชฟสามารถสั่งเพิ่มได้ ร้านตั้งอยู่ที่ชั้น 2 เลขที่ 22 ถนนกวั่นเฉียน เขตจงเจิ้ง กรุงไทเป จองโต๊ะได้ที่เบอร์ 0976-684-366 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์ทางการหรือไลน์ทางการ @junto นอกจากนี้ JUNTO ยังเป็นร้านที่ได้รับการแนะนำจาก Taiwan Michelin Guide 2025 สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้าเว็บไซต์ทางการของมิชลินไกด์ ทั้งนี้ รายการอาหาร รูปแบบการเสิร์ฟ และราคาสั่งเพิ่ม อาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดยึดตามประกาศ ณ ร้านเป็นหลัก