เมื่อห้าปีก่อนตอนซื้ออพาร์ตเมนต์นี้ Sean Matthew Robinson บรรยายว่ามันคือ "ห้องสองห้องนอนแบบทึบๆ ธรรมดาทั่วไป" ตั้งอยู่ชั้นสี่ของอาคารก่อนสงคราม (pre-war) ใน Hell's Kitchen ไม่มีลิฟต์ เพดานต่ำ ห้องเล็ก อายุอาคารกว่าร้อยปี สิ่งที่ดึงดูดใจเขาตอนนั้นไม่ใช่ผังห้อง แต่เป็นแสงธรรมชาติจากมุมห้อง — นี่คือบ้านหลังแรกในชีวิตที่เขาซื้อ แม้การตกแต่งของเจ้าของเดิมจะไม่ได้แย่ แต่เขาก็ยังตัดสินใจรื้อใหม่ทั้งหมด

ทั้งอพาร์ตเมนต์ถูกทุบ "ตั้งแต่พื้นจรดเพดาน" ผนังกั้นภายในถูกรื้อออกทั้งหมด เพดานก็ถูกเปิดออกจนเห็นคานไม้ที่เคยถูกซ่อนไว้ข้างใน พื้นที่ 600 ตารางฟุตจึงกลายเป็นล็อฟต์แบบเปิดโล่ง คานและผนังอิฐสไตล์อินดัสเทรียลถูกเก็บรักษาไว้ เขาต้องการอารมณ์ที่ใกล้เคียงกับความรู้สึกของบ้านเก่าที่ถูกแต่งใหม่แบบ Tribeca — โครงเก่า ผิวใหม่ เนื่องจากพื้นที่จำกัด การจัดเก็บของจึงต้องคำนวณอย่างละเอียด นี่คือลำดับความสำคัญที่เขาย้ำซ้ำๆ

ครัวมอบให้แบรนด์เดนมาร์ก Reform แม้แต่ตู้เย็นก็ซ่อนไว้ในบานตู้

ชุดครัวสั่งทำพิเศษทั้งหมดจากแบรนด์เดนมาร์ก Reform เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้นเป็นแบบ panel-ready ฝังเข้าไปในบานตู้จนมองไม่เห็นด้านนอก เขายังเพิ่มตู้บนอีกแถวเพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ ตู้เย็นซื้อมาจาก The Home Depot เป้าหมายของโซนนี้ชัดเจน: สะอาด เรียบง่ายแบบมินิมอล ไม่มีเส้นสายเกินความจำเป็น
โต๊ะอาหารคือเฟอร์นิเจอร์ที่เขาใส่ใจที่สุดในบ้านหลังนี้ เขาซื้อโต๊ะจาก Wayfair มาก่อน แล้วถอดหน้าโต๊ะเดิมออก เหลือไว้แค่ขาโต๊ะเหล็ก จากนั้นสั่งทำหน้าโต๊ะ butcher-block จากไม้สักพม่า (Burmese teak) มาติดตั้งแทน เพื่อให้เข้ากับสไตล์โดยรวมมากขึ้น เก้าอี้ทานอาหาร Afteroom สั่งตรงจากโคเปนเฮเกน เพราะการขนส่งล่าช้าช่วงโควิด ต้องรอถึงสี่เดือนกว่าจะมาถึง — เขาบอกว่าคุ้มค่าที่รอ ใต้โต๊ะปูพรมจาก Nordic Knots เพื่อรวบรวมโซนทานอาหารให้เป็นหนึ่งเดียว










