อยู่ในตึกเดียวกัน ใช้ลิฟต์เดียวกัน ชั้นบนคือ FLAIR ที่เปล่งประกายโดดเด่น ส่วนชั้นล่างอย่าง AURA Lounge แทบไม่มีเสียงเรียกร้องความสนใจเลย มันซุกตัวอยู่ที่ชั้น 52 ของโรงแรม The Ritz-Carlton Shanghai, Pudong ตกแต่งในสไตล์ Art Deco เพื่อคารวะยุคทองของเซี่ยงไฮ้ในทศวรรษ 1920-1930 พื้นที่ไม่ใหญ่นัก แต่กลับเงียบสงบเป็นส่วนตัวอย่างน่าประหลาดใจ เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการฉลองวันเกิด คุยเรื่องธุรกิจ หรือต้อนรับเพื่อนที่มาจากไกล มากกว่าจะเป็นตัวเลือกสำหรับแวะเข้าไปดื่มแบบสบายๆ ในคืนวันอังคาร ที่นี่ยังติดหนึ่งใน 37 บาร์โรงแรมที่ดีที่สุดตามรายชื่อของ Forbes Travel Guide ปี 2026 อีกด้วย

วิวที่มองเห็นตรงหน้าคือเส้นขอบฟ้าของลู่เจียจุ่ยและแม่น้ำหวงผู่ ซึ่งทั้งชั้นบนและชั้นล่างต่างก็ได้ชมเหมือนกัน ความต่างอยู่ที่ AURA ให้ความสำคัญกลับมาที่เรื่องกินดื่มเป็นหลัก
ไฮไลต์ของมื้อค่ำคือ Chilled Seafood Tower (888 หยวน) ประกอบด้วยล็อบสเตอร์แคนาดาทั้งตัว หอยนางรมสดปอกใหม่ 4 ตัว กุ้งใหญ่ หอยแมลงภู่ หอยเป๋าฮื้อ และหอยลาย ถือเป็นเมนูที่คุ้มค่าที่สุดในเมนูทั้งหมด แค่ปริมาณล็อบสเตอร์กับหอยนางรมก็คุ้มราคาแล้ว ซอสซีฟู้ดที่เสิร์ฟมาแทนน้ำสลัดวินิเกรตที่มักจะรสจัดจ้านทั่วไป ช่วยเพิ่มความอูมามิ เป็นดีเทลเล็กๆ ที่ไม่โอ้อวดแต่ใส่ใจ ปริมาณอาหารสำหรับซีฟู้ดเย็นแบบสำหรับ 2 คนถือว่าค่อนข้างเยอะ กว่าจะกินไปถึงตอนท้ายจะรู้ว่ากินไม่มีทางหมดแน่นอน

ถ้าไม่ทานซีฟู้ด Cassoulet Confit de Canard (398 หยวน) คือทางเลือกอีกแบบ น่องเป็ดคอนฟีเสิร์ฟกับครีมต้นหอมฝรั่ง มัสตาร์ดดิฌง ถั่วขาว และเบคอนหั่นเต๋า รสชาติเข้มข้นถึงขนาดที่จะทำให้อยากจมตัวลงไปในโซฟา สั่งเพิ่ม Triple Cooked Duck Fat Steak Fries (88 หยวน) เฟรนช์ฟรายส์ที่ทอดในน้ำมันเป็ดสามรอบจนกรอบ โรยด้วยผงพาร์เมซาน ปิดท้ายด้วย Ritz-Carlton Cake (98 หยวน) ดาร์กช็อกโกแลตแคริบเบียน 66% คู่กับ Grand Marnier วอลนัท และเปลือกส้มเชื่อม รสของ Grand Marnier ค่อนข้างจางๆ สิ่งที่แบกความอร่อยไว้จริงๆ คือตัวดาร์กช็อกโกแลตเอง สำหรับคนที่ชอบดาร์กช็อกโกแลตถือเป็นของหวานปิดท้ายที่เต็มร้อย










